กฎหมายเขียนไว้ว่าอย่างไร
พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 13 วางหน้าที่ไว้กับเจ้าของรถโดยตรง รถที่จดทะเบียนแล้ว ถ้ามีการเปลี่ยนสี เจ้าของรถต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน 7 วันนับแต่วันที่เปลี่ยนสี และมาตรา 60 กำหนดโทษปรับไว้ไม่เกิน 2,000 บาท
สิ่งที่ตัวบทไม่ได้เขียนไว้เลย คือเปอร์เซ็นต์
แล้วเลข 30 เปอร์เซ็นต์มาจากไหน
เป็นแนวทางที่กรมการขนส่งทางบกใช้พิจารณาว่าสีหลักของรถเปลี่ยนไปจากที่จดทะเบียนหรือยัง ไม่ใช่ตัวเลขที่เขียนอยู่ในกฎหมาย ความต่างนี้มีผลจริงในทางปฏิบัติ ถ้าเป็นตัวบท เจ้าของรถวัดพื้นที่เองแล้วจบ แต่เมื่อเป็นแนวพิจารณา คนที่ตัดสินคือนายทะเบียน และเกณฑ์ที่เขาดูคือสีหลักเปลี่ยนไปหรือไม่
เว็บจำนวนมากเขียนว่ากฎหมายกำหนดไว้ 30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่ตรงกับตัวบท
| ลักษณะงาน | ต้องแจ้งหรือไม่ |
|---|---|
| แร็ปทั้งคัน จนสีหลักต่างไปจากที่จดทะเบียน | ต้องแจ้ง ภายใน 7 วัน |
| แร็ปเฉพาะบางส่วน เช่น หลังคาหรือฝากระโปรง โดยสีหลักยังเป็นสีเดิม | ไม่ต้องแจ้ง |
| แถบคาดตกแต่ง หรือสติ๊กเกอร์ลวดลาย ที่ไม่ทำให้สีหลักเปลี่ยน | ไม่ต้องแจ้ง |
| กรณีก้ำกึ่ง ตัดสินเองไม่ได้ว่าสีหลักเปลี่ยนหรือยัง | ถามสำนักงานขนส่งที่รถจดทะเบียนก่อน |
ทำไมร้านควรบอกลูกค้าตั้งแต่ก่อนลงมือ
งานแร็ปเปลี่ยนสีจบที่หน้าร้าน แต่หน้าที่ตามกฎหมายไปตกอยู่กับเจ้าของรถ ลูกค้าที่ไม่รู้เรื่องนี้จะรู้อีกทีตอนต่อภาษีหรือตอนถูกเรียกตรวจ ร้านที่บอกล่วงหน้าและเตรียมเอกสารการติดตั้งให้ ทำให้ขั้นตอนแจ้งของลูกค้าง่ายขึ้นมาก
คำถามที่พบบ่อย
- ต้องแจ้งภายในกี่วัน
- ภายใน 7 วันนับแต่วันที่เปลี่ยนสี ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 13
- ถ้าไม่แจ้งจะเป็นอย่างไร
- มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ตามมาตรา 60 ของพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน
- ติดสติ๊กเกอร์ตกแต่งบางจุด ต้องแจ้งไหม
- ไม่ต้อง ถ้าสีหลักของรถยังเป็นสีเดิมตามที่จดทะเบียนไว้ สีคาด แถบตกแต่ง และสติ๊กเกอร์ลวดลายที่ไม่เปลี่ยนสีหลัก ไม่เข้าเงื่อนไขที่ต้องแจ้ง
- เกณฑ์ 30 เปอร์เซ็นต์เป็นกฎหมายหรือเปล่า
- ไม่ใช่ ตัวบทไม่ได้กำหนดเปอร์เซ็นต์ไว้ ตัวเลขนี้เป็นแนวทางที่กรมการขนส่งทางบกใช้พิจารณา ว่าสีหลักของรถเปลี่ยนไปหรือไม่
- แร็ปสีกับพ่นสีใหม่ ใช้กฎเดียวกันไหม
- ใช้หลักเดียวกัน เพราะกฎหมายพูดถึงการเปลี่ยนสีของรถ ไม่ได้แยกว่าเปลี่ยนด้วยวิธีใด สิ่งที่นายทะเบียนดูคือสีหลักต่างไปจากที่จดทะเบียนหรือไม่
ที่มาของข้อมูลในหน้านี้
ตัวบทและอัตราโทษอ้างจากหน้าเผยแพร่ความรู้กฎหมายของสำนักงานกิจการยุติธรรม ส่วนคำอธิบายเรื่องแนวพิจารณา 30 เปอร์เซ็นต์มาจากแหล่งสาธารณะที่อธิบายแนวปฏิบัติของกรมการขนส่งทางบก หน้านี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยรายกรณี